อย.คาดสัปดาห์หน้าออก กม.นิรโทษผู้ครอบครองกัญชาได้

อย.เร่งหารือหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพื่อออกประกาศนิรโทษผู้ครอบครองกัญชา ก่อนประกาศยาเสพติดฉบับใหม่ 3 ฉบับ  คาดออกกฏหมายนิรโทษผู้ครอบครองกัญชาได้สัปดาห์หน้า

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(เลขาธิการ อย.) แถลงความคืบหน้า หลัง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 ว่า ในเรื่องนี้ อย.ในฐานะเลขานุการของคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษ จะต้องดำเนินการตามพ.ร.บ.ยาเสพติดฯฉบับใหม่ โดยต้องมีการเชิญการประชุมคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษอีกครั้ง แต่ครั้งนี้จะเป็นในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นตามกฎหมายฉบับล่าสุดกำหนด  คือเพิ่มองค์ประกอบกรรมการอีก 8 คน เพื่อพิจารณาเรื่องกัญชาโดยเฉพาะ  ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้แทนจากกรมสุขภาพจิต กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สภาการแพทย์แผนไทย แพทยสภาและสภาเภสัชกรรม โดยจะนัดประชุมกัน ในวันศุกร์ที่ 22 ก.พ.นี้ เพื่อขอให้พิจารณาและขอมติประกาศ 3 ฉบับเกี่ยวกับร่างกฎกระทรวงนิรโทษการครอบครองกัญชา 

ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ ที่มีผลบังคับใช้ไปแล้ว หลังจากนั้นก็น่าจะประกาศร่างกฎหมายลูกเกี่ยวกับการนิรโทษการครอบ ครองกัญชาได้ภายในสัปดาห์หน้า โดยให้ผู้ที่ถือครองกัญชาทั้ง 3 กลุ่มทยอยแจ้งเข้ามายัง อย.ให้เวลา 90 วัน หลังจากวันที่ 19 ก.พ.หากอยู่ในระยะเวลานี้ก็จะถูกละเว้นโทษ ส่วนในวันที่ 22 ก.พ.จะมีการประชุมคอนเฟอร์เรนซ์กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.)ทั่วประเทศ เพื่อชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นข้อกฎหมายดังกล่าวด้วย 

เลขาธิการ อย.กล่าวอีกว่า สำหรับร่างประกาศเกี่ยวกับนิรโทษทั้ง 3 ฉบับ คือ1.ร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข การแจงการมีไว้ในครอบครองกัญชา สำหรับผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 26/5 และบุคคลอื่นที่มิใช่ผู้ป่วยตามมาตรา 22(2) ก่อนพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 ใช้บังคับ ให้ไม่ต้องรับโทษ พ.ศ. …. ซึ่งร่างประกาศนี้จะเกี่ยวข้องกับองค์กร หน่วยงานวิจัย มหาวิทยาลัยต่างๆ ที่มีการครอบครองกัญชา เพื่อการวิจัย 

2.ร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข สำหรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคเฉพาะตัว ก่อนพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7)พ.ศ.2562ใช้บังคับ ให้ไม่ต้องรับโทษ พ.ศ…. ซึ่งเป็นร่างประกาศสำหรับผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้กัญชา โดยต้องมีแพทย์รับรอง ซึ่งต้องเป็นไปตามกฎหมายที่กำหนด แต่ระหว่างนี้ผู้ป่วยสามารถใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ต่อไปได้จนกว่าจะเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายใหม่ และ 3.ร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข เกี่ยวกับการส่งมอบและการทำลายกัญชาที่ได้รับมอบจากบุคคล ซึ่งไม่ต้องรับโทษ ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ซึ่งในกลุ่มบุคคลอื่นๆก็จะอยู่ในกลุ่มนี้ 

ทั้งนี้ ขณะนี้เริ่มมีคนโทรศัพท์มาสอบถามถึงขั้นตอนการแจ้งขอแจ้งครอบครอง เข้ามาบ้างแล้ว ซึ่ง อย.เร่งดำเนินการ เตรียมระบบ คาดว่าจะพร้อมรับการแจ้งการครอบครองสัปดาห์หน้า 

สำหรับการขอแจ้งละเว้นโทษผู้ครอบครองภายใน 90 วัน  นับจากวันที่19ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ อย.ยอมรับว่าหากมีคนแจ้งมา เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถรับเรื่องไว้ได้ เพราะกฏหมายยังไม่เคาะ โดย อย.พร้อมเปิดรับการแจ้งครอบครองได้ในช่วงสัปดาห์หน้านั้น นพ.ธเรศ กล่าวว่า แม้อาจจะต้องเสียเวลาไปบ้างประมาณ 1สัปดาห์ แต่เชื่อว่าช่วงเวลาดังกล่าวคิดว่าเดินหน้าทำงานอย่างเร็วที่สุดแล้วเพราะเมื่อ พ.ร.บ.ฯ มีผลเมื่อวันที่ 19 ก.พ.ทางอย.ก็เปิดแสดงความคิดเห็นทันที หลังจากนั้นก็นัดประชุมกรรมการยาเสพติดให้โทษสัดส่วนใหม่ตามกฎหมายใหญ่กำหนดวันศุกร์ที่ 22 ก.พ.และพร้อมประกาศในสัปดาห์ถัดไป ซึ่งก็รีบดำเนินการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ถือครอบครองและอยู่ในข่ายทั้ง 3 กลุ่ม 

อย่างไรก็ตามคิดว่าไม่น่าจะเกิดปัญหาสะดุดอะไร ผู้ครอบครองสามารถมาแจ้งได้ สำหรับส่วนกลางแจ้งได้ที่ อย.และในต่างจังหวัดแจ้งได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ซึ่งหากต้องยึดของกลาง จะนำมารวมที่คลังเก็บยาเสพติดให้โทษที่ อย. เพื่อรอทำลายต่อไป 

ส่วนข้อสรุปในเรื่องเรื่องกฎกระทรวงหรือกฎหมายลูกที่จะออกตามพ.ร.บ.ยาเสพติดมีกี่ฉบับ และยังเหลืออีกกี่ฉบับ นพ.ธเรศ กล่าวว่า มีทั้งหมด 8 ฉบับ โดย 3 ฉบับเกี่ยวกับนิรโทษการครอบครองกัญชา จะต้องเร่งดำเนินการ เนื่องจาก พ.ร.บ.ใหญ่มีผลไปแล้ว และให้เวลา 90 วัน ซึ่งสัปดาห์หน้าน่าจะประกาศใช้ได้ ส่วนที่เหลืออีก 5 ฉบับ แบ่งเป็นอีก3 ฉบับที่จะมีการประชาพิจารณ์ในวันที่ 26ก.พ.นี้ คือ 1. ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตยาเสพติดประเภท 5 เฉพาะกัญชา ทั้งการผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก ครอบครอง ซึ่งกฎกระทรวงนี้เป็นตัวหลักต้องเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)และคณะกรรมการกฤษฎีกา 2. ร่างประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย และหมอพื้นบ้าน และ3.ร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข กำหนดตำรับยาเพื่อรักษาโรคและวิจัย 

ส่วนอีก 2 ฉบับจะเกี่ยวข้องกับประกาศเกี่ยวกับคณะกรรมการบัญชีรับจ่ายเรื่องการโฆษณา กำหนดฉลากเอกสารกำกับ ซึ่งจะมีการดำเนินการต่อในช่วงเดือนมีนาคม